ในวาระที่กองทัพอากาศ มีอายุครบ ๗๒ ปีในวันที่ ๒๗ มีนาคม ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ นั้น จวบกับวาระมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ ๕ รอบ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ปีเดียวกัน ข้าราชการกองทัพอากาศ โดย พลอากาศเอก ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ นายทหารชันผูใหญ่ได้เห็นพ้องกันว่า สมควรร่วมใจบริจาคทรัพย์ทำบุญสร้างอนุสสารณียวัตถุขึ้นเป็นที่ระลึกวาระสำคัญของกองทัพอากาศ และเฉลิมพระเกียรติน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลในศุภวาระมงคลนี้
การร่วมใจบริจาคทรัพย์ท้าบุญสร้างอนุสสารณียวัตถุใดที่จะให้เจริญพระราชกุศลอันยิ่งใหญ่ สมกับวาระมหามงคลสมัยพระชนมพรรษา ครบ ๕ รอบ รวมทั้งเพื่อเป็นการประกาศพระอิสริยยศอันยิ่งใหญ่ที่จะทรงครองราชย์มานานเกินกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใด ในวันที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ นี้ คงจะไม่มีสิ่งอื่นใดเทียบเท่าการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากอปรทั้งปวงอาณาประชาราษฎร์ต่างเห็นประจักษ์ด้วยเกล้าฯว่า นอกจากจะทรงดำรงฐานะแห่งองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก โดยเฉพาะทรงช่วยอภิบาลบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสถาพรยิ่งกว่าในกาลรัชสมัยใดแล้ว ยังทรงเจริญพระราชศรัทธาเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนาอย่างยิ่งยวดอีกด้วย ทั้งไม่แต่การถวายพุทธสักการะเป็นอามิสบูชา แม้การปฏิบัติบูชาก็ทรงมีพระราชศรัทธาบำเพ็ญภาวนาให้ทรงบรรลุและสำเร็จได้จริงจัง
การสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ของกองทัพอากาศ เพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศล จึงเป็นวิธีเดียวที่กองทัพอากาศรำลึกว่า จะฉลองพระเดชพระคุณอันเปียมลันได้อย่างสูงสุด แม้จะยังไม่สมกับพระบรมเดชานุภาพ และพระบารมีแห่งพระมหาธรรมราชา ที่แผ่ไพศาลสุดแผ่นดินและจดแผ่นฟ้าก็ตาม สถานที่ซึ่งควรจะประดิษฐานพระบรมธาตุเจดีย์นี้ จึงควรสถิตอยู่ณ จุดที่สูงสุดบนผืนแผ่นดินไทยที่กองทัพอากาศสามารถขึ้นไปก่อสร้างได้ เพื่อให้สมกับพระมหากรุณาธิคุณ พระมหาเมตตาธิคุณ และพระมหาบริสุทธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้สถิตอยู่สูงสุด และในดวงใจของปวงพสกนิกรทุกหมู่เหล่า
กองทัพอากาศ จึงพิจารณาเลือกยอดเขาแห่งหนึ่งบนดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นดอยที่มียอดสูงที่สุดของประเทศไทย เป็นสถานที่สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อ ตามที่กองทัพอากาศขอพระราชทานว่า “พระมหาธาตุทภเมททดล” แปลได้ความว่า พระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ยิ่งใหญ่เพียงห้าจดดิน
ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ พลอากาศเอก ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศในขณะนั้น เกิดความคิดที่จะสร้างพระสถูปเจดีย์องค์หนึ่งบริเวณพื้นที่ดอยอินทนนท์ สำหรับบรรจุพระบรมธาตุที่ได้รับมอบมา ด้วยประสงค์ไห้พุทธศาสนิกชนทั้วไปจะไดมีโอกาสสักการะบูชา จึงได้ปรึกษากับพลอากาศโท วรนาถ อภิจารี รองเสนาธิการทหารอากาศ (ยศ-ตำแหน่ง ในขณะนั้น) ให้ช่วยพิจารณาหาสถานที่ก่อสร้างในปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๔๒๘ พลอากาศโท วรนาถ พร้อมด้วย พลอากาศตรีประเสริฐ ดัชฌุกร ประจำกองบัญชาการกองทัพอากาศ นาวาอากาศเอกประสาธน์ ทวีสุข หัวหน้ากองแผนที่และที่ดิน กรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ และสถาปนิกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอีก ๒ คน คือ นางไขศรี ตันศิริ และ นายตันติ ชัยสมบัติ ได้เดินทางไปพิจารณาเลือกหาสถานที่ก่อสร้าง โดยมี นาวาอากาศเอกวัชระ ยุกตะนันทน์ ผู้บังคับศูนย์ควบคุมและรายงานดอยอินทนนท์ ในขณะนั้น นำสำรวจและพิจารณาเลือก จากพื้นที่ที่ได้มีการพิจารณาหมายตาจุดที่จะเลือกไว้ก่อนแล้วว่าน่าจะเหมาะสมทั้งในด้านภูมิทัศน์ขององค์พระสถูปเจดีย์เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว ภูมิประเทศที่ตั้งสะดวกแก่การสัญจรของพุทธศาสนิกชนที่จะมาสักการะบูชา จากถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ คณะสำรวจชุดนั้นได้พิจารณาเลือกพื้นที่ ๒ แห่ง ซึ่งอยู่บนยอดดอยเล็กๆ ที่ทอดยาวขนานถนนสายจอมทองอนทนนท์ ด้านซ้ายมือประมาณกิโลเมตรที่ ๔ ที่แห่งแรกอยู่ทางปลายตํ่าของดอย ซึ่งหากสามารถทำการก่อสร้างองค์พระสถูปเจดีย์ได้จะมีความสวยงาม เพราะจะสามารถมองเห็นองค์พระสถูปเจดีย์ได้แต่ไกลมาก ทั้งยังอยู่ติดถนนมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่พื้นที่ยอดดอยมีลักษณะเป็นสัน-แคบ ทำให้ีพื้นที่ที่จะก่อสร้างองค์พระสถูปเจดีย์อย่างจำกัด จึงได้พิจารณาพื้นที่แห่งที่สองซึ่งอยู่บนแนวเดียวกัน เลยจากแห่งแรกขึ้นไปทางปลายด้านสูงและไม่ห่างจากถนนจนเกินไป พื้นที่แห่งที่สองนี้กว้างพอที่สามารถปร้บให้เป็นที่ตั้งองค์พระสถูปเจดีย์ได้คณะสำรวจจึงได้ตกลงใจจะเลือกพื้นที่แห่งที่สองเป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้าง โดยจะให้กองแผนที่และที่ดินกรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ ขึ้นไปทำการสำรวจหารายละเอียดเพิ่มเดิมเพื่อพิจารณาให้แน่นอนต่อไป
การจะก่อสร้างพระสถูปเจดีย์ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ จำเป็นจะต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติก่อน ในเรื่องนี้กองทัพอากาศ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ เรียนอธิบดีกรมป่าไม้เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่บริเวณที่ได้เลือกไว้ว่าจะก่อสร้างพระสถูปเจดีย์ พร้อมด้วยสะพาน ถนน และลานจอดรถยนต์ เป็นพื้นที่ประมาณ ๑๘ ไร่ ๒ งาน ๔๕ ตารางวา
ต่อมา กรมป่าไม้ได้ส่งเรื่องให้ป่าไม้จังหวัดเชียงใหม่ตรวจสอบข้อมูลเพื่อรายงานให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติประชุมพิจารณาอนุญาต เมื่อกรมป่าไม่ได้รายละเอียดตามประสงค์แล้ว ได้นำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๒๙ เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้ว มีมดิเห็นชอบในหลักการที่จะให้กองทัพอากาศดำเนินการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ พื้นที่ที่ขออนุญาตได้นอกจากนั้น กองทัพอากาศยังไดัมีข้อสังเกต ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเดิมให้กรมป่าไม้ทราบอีก เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๒๙ ต่อมา กองทัพอากาศยังได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๒๙ เสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ไปให้เลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมพิจารณาด้วย และ คณกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้แจ้งอธิบดีกรมป่าไม้เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๓๐ ว่าเห็นชอบกับรายงานฯ ที่ได้เสนอมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมกับมาตรการการติดตามตรวจสอบ
เมื่อคณะชุดเจ้าหน้าที่บุกเบิกพื้นที่ จำนวน ๑๗ คน ซึ่งมี นาวาอากาศเอก สมบิติ สุคนธ์ทอง เป็นหัวหน้าชุดพร้อมด้วยเครื่องทุ่นแรง รวมทั้งหมด ๘ คัน ได้เข้าสู่พื้นที่สร้างที่พักแรมชั่วคราวที่กิโลเมตร ๓๑ ถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ เรียบร้อย ได้ลงมือปฏิบัติงานทันที ประมาณต้นเดือน พฤษภาคม ๒๕๒๙ กรมช่างโยธาทหารอากาศ ก็ไคัร้บคำสํ่งให้ดำเนินการก่อสร้างเฉพาะถนนและลานจอดรถยนต์ และตัดเนินที่จะสร้างองค์พระสถูปเจดีย์ฯ ได้ กรมช่างโยธาทหารอากาศ จึงได้เคลื่อนย้ายกำลังพลและเครื่องทุ่นแรงไปสร้างที่พักอาศัยชั่วคราว ที่บริเวณหมวดการทาง ก.ม.๒๑ ถนนจอมทองอินทนนท์ การเกลื่อนย้ายได้แล้วเสร็จเมื่อประมาณวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๙
การพักกินบนเนินนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เพราะเดือนมิถุนายนนี้ มีฝนตกเกือบทุกวัน พร้อมทั้งมีลมแรง ขนาด ๔๐-๕๐ นอต ตลอดเวลามีละอองฝนทำให้พวกทำงานต้องใส่เสื้อหนาวกันทั้งวัน พอวันไหนฝนตกก็ต้องหาทางหลบฝนกันได้เพิงทีปลูกไว้ การใช้เครื่องทุ่นแรงถากถาง ก็กลัวอุบัติเหตุ การเติมเชื้อเพลิง ก็ต้องให้ลูกหาบลำเลียงจากถนนมาเดินบนเนิน เพราะทางลำลองที่ท้าไว้ลื่น ไม่สามารถจะเอารถลงมาเติมเชื้อเพลิงข้างล่างได้
เมื่อคณะชุดเจ้าหน้าที่บุกเบิกพื้นที่ จำนวน ๑๗ คน ซึ่งมี นาวาอากาศเอก สมบิติ สุคนธ์ทอง เป็นหัวหน้าชุดพร้อมด้วยเครื่องทุ่นแรง รวมทั้งหมด ๘ คัน ได้เข้าสู่พื้นที่สร้างที่พักแรมชั่วคราวที่กิโลเมตร ๓๑ ถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ เรียบร้อย ได้ลงมือปฏิบัติงานทันที ประมาณต้นเดือน พฤษภาคม ๒๕๒๙ กรมช่างโยธาทหารอากาศ ก็ไคัร้บคำสํ่งให้ดำเนินการก่อสร้างเฉพาะถนนและลานจอดรถยนต์ และตัดเนินที่จะสร้างองค์พระสถูปเจดีย์ฯ ได้ กรมช่างโยธาทหารอากาศ จึงได้เคลื่อนย้ายกำลังพลและเครื่องทุ่นแรงไปสร้างที่พักอาศัยชั่วคราว ที่บริเวณหมวดการทาง ก.ม.๒๑ ถนนจอมทองอินทนนท์ การเกลื่อนย้ายได้แล้วเสร็จเมื่อประมาณวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๙
การพักกินบนเนินนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากมาก เพราะเดือนมิถุนายนนี้ มีฝนตกเกือบทุกวัน พร้อมทั้งมีลมแรง ขนาด ๔๐-๕๐ นอต ตลอดเวลามีละอองฝนทำให้พวกทำงานต้องใส่เสื้อหนาวกันทั้งวัน พอวันไหนฝนตกก็ต้องหาทางหลบฝนกันได้เพิงทีปลูกไว้ การใช้เครื่องทุ่นแรงถากถาง ก็กลัวอุบัติเหตุ การเติมเชื้อเพลิง ก็ต้องให้ลูกหาบลำเลียงจากถนนมาเดินบนเนิน เพราะทางลำลองที่ท้าไว้ลื่น ไม่สามารถจะเอารถลงมาเติมเชื้อเพลิงข้างล่างได้
การก่อสร้างใช้เจ้าหน้าที่ช่างประมาณ ๑๐ คน และกรรมกรอีกประมาณ ๑๒ คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมงานประมาณ ๒๕ คน เริ่มปฎิบัติงานทั้งแก่เวลา ๗.๓๐ น.เลิก ๕ โมงเย็น แต่บางครั้งงานติดพันเลิกถึง ๒ ทุ่ม การทำงานในช่วงนี้มีฝนตกบ้าง แค่ไม่มากนัก และไม่เป็นอุปสรรคในการทำงาน เริ่มการขุดฐานรากตัวแรก พร้อมเทคอนกรีตฐานราก และเสาขึ้นไปรับพื้นสะพานจากตัวที่ ๑, ๒ และ ๓ เรื่อยไป จนกระทำถึงฐานรากตัวที่ ๔ หรือตัวสุดท้าย เมื่อขุดหลุมฐานรากเสร็จ จะต้องวางตะแกรงเหล็กเป็นเหล็กเสริมสำหรับฐานราก ตะแกรงเหล็กได้ผูกไว้เรียบร้อยแล้ว และจะต้องใช้คนประมาณ ๘ คน ยกจึงจะไหว จึงได้ใช้รถขุดดินกะขาบยกแทน และทุกครั้งที่ยกก็ใช้รถขุดตีนตะขาบ การยกเหล็กตะแกรงนั้นก็ยกลำบาก เพราะมีความกว้าง ๒.๕๐ เมตร และยาวถึง ๗ เมตร ถ้ายกไม่ดีจะทำให้แกว่งไปมาได้เพราะคันยกของรถสูงและใช้ลวดสลิงแขวนลงมาที่เหล็ก เจ้าหน้าที่ช่วยกันจัดการ จนกระทำยกเสร็จ และจะต้องนำไปวางที่หลุมฐานราก ซึ่งห่างไปประมาณ ๒๐ เมตร
ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ พลอากาศเอก ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศในขณะนั้น เกิดความคิดที่จะสร้างพระสถูปเจดีย์องค์หนึ่งบริเวณพื้นที่ดอยอินทนนท์ สำหรับบรรจุพระบรมธาตุที่ได้รับมอบมา ด้วยประสงค์ไห้พุทธศาสนิกชนทั้วไปจะไดมีโอกาสสักการะบูชา จึงได้ปรึกษากับพลอากาศโท วรนาถ อภิจารี รองเสนาธิการทหารอากาศ (ยศ-ตำแหน่ง ในขณะนั้น) ให้ช่วยพิจารณาหาสถานที่ก่อสร้างในปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๔๒๘ พลอากาศโท วรนาถ พร้อมด้วย พลอากาศตรีประเสริฐ ดัชฌุกร ประจำกองบัญชาการกองทัพอากาศ นาวาอากาศเอกประสาธน์ ทวีสุข หัวหน้ากองแผนที่และที่ดิน กรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ และสถาปนิกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอีก ๒ คน คือ นางไขศรี ตันศิริ และ นายตันติ ชัยสมบัติ ได้เดินทางไปพิจารณาเลือกหาสถานที่ก่อสร้าง โดยมี นาวาอากาศเอกวัชระ ยุกตะนันทน์ ผู้บังคับศูนย์ควบคุมและรายงานดอยอินทนนท์ ในขณะนั้น นำสำรวจและพิจารณาเลือก จากพื้นที่ที่ได้มีการพิจารณาหมายตาจุดที่จะเลือกไว้ก่อนแล้วว่าน่าจะเหมาะสมทั้งในด้านภูมิทัศน์ขององค์พระสถูปเจดีย์เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว ภูมิประเทศที่ตั้งสะดวกแก่การสัญจรของพุทธศาสนิกชนที่จะมาสักการะบูชา จากถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ คณะสำรวจชุดนั้นได้พิจารณาเลือกพื้นที่ ๒ แห่ง ซึ่งอยู่บนยอดดอยเล็กๆ ที่ทอดยาวขนานถนนสายจอมทองอนทนนท์ ด้านซ้ายมือประมาณกิโลเมตรที่ ๔ ที่แห่งแรกอยู่ทางปลายตํ่าของดอย ซึ่งหากสามารถทำการก่อสร้างองค์พระสถูปเจดีย์ได้จะมีความสวยงาม เพราะจะสามารถมองเห็นองค์พระสถูปเจดีย์ได้แต่ไกลมาก ทั้งยังอยู่ติดถนนมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่พื้นที่ยอดดอยมีลักษณะเป็นสัน-แคบ ทำให้ีพื้นที่ที่จะก่อสร้างองค์พระสถูปเจดีย์อย่างจำกัด จึงได้พิจารณาพื้นที่แห่งที่สองซึ่งอยู่บนแนวเดียวกัน เลยจากแห่งแรกขึ้นไปทางปลายด้านสูงและไม่ห่างจากถนนจนเกินไป พื้นที่แห่งที่สองนี้กว้างพอที่สามารถปร้บให้เป็นที่ตั้งองค์พระสถูปเจดีย์ได้คณะสำรวจจึงได้ตกลงใจจะเลือกพื้นที่แห่งที่สองเป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้าง โดยจะให้กองแผนที่และที่ดินกรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ ขึ้นไปทำการสำรวจหารายละเอียดเพิ่มเดิมเพื่อพิจารณาให้แน่นอนต่อไป
ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ พลอากาศเอก ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศในขณะนั้น เกิดความคิดที่จะสร้างพระสถูปเจดีย์องค์หนึ่งบริเวณพื้นที่ดอยอินทนนท์ สำหรับบรรจุพระบรมธาตุที่ได้รับมอบมา ด้วยประสงค์ไห้พุทธศาสนิกชนทั้วไปจะไดมีโอกาสสักการะบูชา จึงได้ปรึกษากับพลอากาศโท วรนาถ อภิจารี รองเสนาธิการทหารอากาศ (ยศ-ตำแหน่ง ในขณะนั้น) ให้ช่วยพิจารณาหาสถานที่ก่อสร้างในปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๔๒๘ พลอากาศโท วรนาถ พร้อมด้วย พลอากาศตรีประเสริฐ ดัชฌุกร ประจำกองบัญชาการกองทัพอากาศ นาวาอากาศเอกประสาธน์ ทวีสุข หัวหน้ากองแผนที่และที่ดิน กรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ และสถาปนิกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอีก ๒ คน คือ นางไขศรี ตันศิริ และ นายตันติ ชัยสมบัติ ได้เดินทางไปพิจารณาเลือกหาสถานที่ก่อสร้าง โดยมี นาวาอากาศเอกวัชระ ยุกตะนันทน์ ผู้บังคับศูนย์ควบคุมและรายงานดอยอินทนนท์ ในขณะนั้น นำสำรวจและพิจารณาเลือก จากพื้นที่ที่ได้มีการพิจารณาหมายตาจุดที่จะเลือกไว้ก่อนแล้วว่าน่าจะเหมาะสมทั้งในด้านภูมิทัศน์ขององค์พระสถูปเจดีย์เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว ภูมิประเทศที่ตั้งสะดวกแก่การสัญจรของพุทธศาสนิกชนที่จะมาสักการะบูชา จากถนนสายจอมทอง-อินทนนท์ คณะสำรวจชุดนั้นได้พิจารณาเลือกพื้นที่ ๒ แห่ง ซึ่งอยู่บนยอดดอยเล็กๆ ที่ทอดยาวขนานถนนสายจอมทองอนทนนท์ ด้านซ้ายมือประมาณกิโลเมตรที่ ๔ ที่แห่งแรกอยู่ทางปลายตํ่าของดอย ซึ่งหากสามารถทำการก่อสร้างองค์พระสถูปเจดีย์ได้จะมีความสวยงาม เพราะจะสามารถมองเห็นองค์พระสถูปเจดีย์ได้แต่ไกลมาก ทั้งยังอยู่ติดถนนมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่พื้นที่ยอดดอยมีลักษณะเป็นสัน-แคบ ทำให้ีพื้นที่ที่จะก่อสร้างองค์พระสถูปเจดีย์อย่างจำกัด จึงได้พิจารณาพื้นที่แห่งที่สองซึ่งอยู่บนแนวเดียวกัน เลยจากแห่งแรกขึ้นไปทางปลายด้านสูงและไม่ห่างจากถนนจนเกินไป พื้นที่แห่งที่สองนี้กว้างพอที่สามารถปร้บให้เป็นที่ตั้งองค์พระสถูปเจดีย์ได้คณะสำรวจจึงได้ตกลงใจจะเลือกพื้นที่แห่งที่สองเป็นพื้นที่สำหรับก่อสร้าง โดยจะให้กองแผนที่และที่ดินกรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ ขึ้นไปทำการสำรวจหารายละเอียดเพิ่มเดิมเพื่อพิจารณาให้แน่นอนต่อไป