Skip to Content

พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

Phramahathat Nabhapolbhumisiri


"เป็นความภูมิใจของชาวทหารอากาศและปวงชนชาวไทย ที่ได้ร่วมใจกันสร้าง ปูชนียสถานสำคัญไว้บนยอดดอยที่สูงที่สุดของประเทศไทย ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความเทิดทูน และจงรักภักดีที่มีต่อองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างหาที่เปรียบมิได้"
คณะกรรมการอำนวยการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์

ประวัติ

      พระมหาธาตุที่กองทัพอากาศสร้างขึ้น น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามว่า พระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิริมีความหมายว่า "เป็นกำลังแห่งฟ้า เป็นสิริแห่งดิน" 

      พระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริมีรูปทรงสัณฐานที่ละม้ายคล้ายกันกับพระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล ซึ่ง กองทัพอากาศ สร้างน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ จะมีส่วนที่ต่างกันที่รูปลักษณ์ขององค์เจดีย์ และองค์ประกอบที่เป็นส่วนตกแต่งที่แสดงความหมายแตกต่างกันไป กล่าวคือ รูปลักษณ์ขององค์พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดล แสดงความหมายถึงการบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนการตกแต่งแสดงถึงอดีตชาติของพระพุทธเจ้าและพุทธประวัติโดยย่อ สีสันและวัสดุที่

      ใช้ประดับทั้งภายในและภายนอกองค์เจดีย์มีลักษณะที่แสดงถึงความหนักแน่น มั่นคง และสง่างามอย่างนักรบ ส่วนรูปลักษณะของพระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิริ นั้น แสดงความหมายถึงองค์ประกอบที่ส่งเสริมให้องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ส่วนการตกแต่งแสดงถึงบทบาทของสดรีที่มีส่วนส่งเสริมและสนับสนุนให้พระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นในโลก สีสันและวัสดุที่ใช้ประดับทั้งภายในและภายนอกองค์เจดีย์ มีลักษณะที่แสดงถึงความอ่อนช้อยงดงามดามลักษณะความงามของสดรีไทย

                                        แนวความคิดในการออกแบบ

      ในการออกแบบพระมหาธาตุเจดีย์องค์นี้ คณะผู้ออกแบบซึ่งเป็นคณะเดียวกันกับคณะผู้ออกแบบพระมหาธาตุนภเมทนีดล ประกอบด้วย อาจารย์ไขศรีตันคิริ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านงานสถาปัตยกรรม กระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าคณะ นายสันติ ชัยสมบัติ เป็นสถาปนิกและ นาย กัญจนจักก์ สถาปนสุต เป็นวิศวกรได้กำหนดแนวความคิดในการออกแบบไว้ ๒ ประการ
      ประการแรกให้มีรูปทรงที่มีความละม้ายกับพระมหาธาตุนภเมทนีดล ซึ่งต่างไปจากรูปแบบของศิลปะล้านนาในอดีต เพื่อให้เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ บนที่ที่สูงที่สุดของประเทศไทย การออกแบบรูปทรง เน้นการใช้เส้นตรงตัดกันเป็นรูปเหลี่ยม แสดงความหนักแน่น มั่นคง
      ประการที่ ๒ การตกแต่งทั้งภายในและภายนอกองค์เจดีย์ ตลอดจนองค์ประกอบของเจดีย์ ให้แสดงความหมายถึงการยกย่อง เทิดทูนสตรีที่มีส่วนส่งเสริมให้พระพุทธศาสนา ได้อุบัติขึ้นในโลกเมื่อได้กำหนดแนวความคิดในขั้นต้นไว้ดังนี้แล้ว คณะผู้ออกแบบจึงได้เข้าเฝ้า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ เพื่อขอให้ทรงวินิจฉัย ซึ่งได้ทรงเห็นชอบ และได้ทรงเมตตาค้นคว้าประทานหัวข้อธรรมะสำหรับการออกแบบ รูปลักษณ์ขององค์เจดีย์ให้ได้ความหมายตามแนวความคิดดังกล่าว ๒ หัวข้อได้แก่
๑. โพธิปักขิยธรรม หรือ ธรรมอันเป็นไปในฝักฝ่ายแห่งโพธิญาณ ๓๗ ประการ

๒. อัจฉริยธรรม ๑๒ ประการ หรือความมหัศจรรย์ ๑๒ ประการ อันเกิดแก่พระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา อันเป็นผลแห่งการบำเพ็ญทานและทรงตั้งปณิธาน ปรารถนาเป็นพุทธมารดาในอดีตชาติ


                                        รูปทรงขององค์เจดีย์

      จากแนวความคิดดังกล่าว คณะผู้ออกแบบจึงได้ออกแบบให้ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริมีรูปทรงเป็นรูป ๑๒ เหลี่ยม แสดงความหมายถึงอัจฉริยธรรม ๑๒ ประการ มีระเบียงกว้างโดยรอบเป็น ๒ ระดับ สำหรับให้พุทธคาสนิกชนและผู้มาเยี่ยมชมใช้ทำทักษิณาวัฏบูชา หรือเดินชมทัศนียภาพได้โดยรอบ มีความกว้างที่ระดับระเบียงล่าง ๓๗ เมดร แสดงความหมายถึงโพธิ-ปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ที่ขอบระเบียงแต่ละระดับ มีซุ้มรูปกลีบบัวประดับอยู่ ๖ ซุ้ม ที่ส่วนยอดขององค์เจดีย์เป็นยอดปลีล้อมด้วยกลีบดอกบัวตูมเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ กั้นด้วยฉัตร ๙ ชั้น ทำด้วยโลหะลีเงิน ภายในเจดีย์เป็นโถงเพดานสูง มีซุ้มประดูทางเข้า ๓ ด้าน ซุ้มประตูด้านหน้าอยู่ตรงกันกับซุ้มประตูด้านหน้าของพระมหาธาตุนภเมทนีดล มีบันไดเชื่อมติดต่อกันที่ชานพักชั้นล่าง องค์พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริมีความสูงจากชานพักชั้นล่างนี้ถึงยอดปลี ๕๕ เมตรซึ่งตากว่าพระมหาธาตุนภเมทนีดล ๕ เมตรเพื่อแสดงความหมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอ่อนพระชันษากว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕ พรรษาสำหรับรูปลักษณ์ขององค์เจดีย์นั้น ได้ออกแบบให้แสดงความหมายถึง ธรรมะทั้ง ๓๗ประการ อันได้แก่ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ และมรรค ๘ ที่ประกอบขึ้นเป็นโพธิปักขิยธรรม โดยออกแบบให้มีบัวรัดรอบองค์เจดีย์ตอนล่างแบ่งองค์เจดีย์ส่วนนี้เป็น ๔ ชั้น เพื่อแสดงความหมายถึงสติปัฏฐาน ๔ เหนือขึ้นไปมีลักษณะเป็นชั้นเล็ก ๆ ๒๕ ชั้น แสดงความหมายถึง ธรรมะ ๒๕ ประการ ที่เป็นองค์ประกอบของการบำเพ็ญเพียรให้บรรลุถึงทางแห่งตรัสรู้ประกอบด้วย สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ และโพชฌงค์ ๗ ส่วน มรรค ๘ นั้นแสดงความหมายอยู่ที่คอระฆังซึ่งออกแบบเป็นฐานรองรับ ๘ ชั้น ยอดปลีขององค์เจดีย์ล้อมด้วยกลีบดอกบัวตูม แสดงความหมายถึงการบรรลุถึงธรรมอันจะนำไปสู่การตรัสรู้ ซึ่งต่างจากยอดปลีของพระมหาธาตุนภเมทนีดล ที่ล้อมด้วยดอกบัวบาน แสดงความหมายถึงการตรัสรู้แล้ว

                                     TimeLine การก่อสร้าง พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ




๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๒

แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์



กันยายน ๒๕๓๓
เริ่มทำการก่อสร้าง พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ 



๑๑ มกราคม ๒๕๓๔ 

พิธีวางศิลาฤกษ์การ ก่อสร้างขึ้น

วันจันทร์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๓๔ เวลา ๑๒ นาฬิ'กา ๑๙ นาท ี โดยมี พลอากาศเอก เกษตร โรจนนิล 
ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานพิธี



๑๑ ตุลาคม ๒๕๓๔
การก่อสร้าง พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ แล้วเสร็จ

ได้ดรวจและรับมอบงานไว้เป็นที่ เรียบร้อยเมื่อวันที่ ๑๑ ดุลาคม ๒๕๓๔



๓ มกราคม ๒๕๓๕ 

อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากประเทศศรีลังกา

ออกเดินทางจากดอนเมืองไปยังกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ด้วยเครื่องบินแอร์บัส ๓๑๐ เที่ยวบินนี้ จึงเป็น
เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของเครื่องบินแอร์บัส ลำใหม่ของกองทัพอากาศ



๒๙ มีนาคม ๒๕๓๕
พิธีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ ที่ จังหวัดเชียงใหม่

อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานในองค์พระมหาธาตุเจดีย์ นภพลภูมิสิริ



๓ มกราคม ๒๕๓๕ 

อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากประเทศศรีลังกา

ออกเดินทางจากดอนเมืองไปยังกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ด้วยเครื่องบินแอร์บัส ๓๑๐ เที่ยวบินนี้ จึงเป็น
เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของเครื่องบินแอร์บัส ลำใหม่ของกองทัพอากาศ



กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖
พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เสร็จสมบูรณ์


"ตลอดเวลาของการก่อสร้างอันยาวนานนี้ เป็นประสบการณ์ที่จะประทับอยู่ในความทรงจำของผู้เกี่ยวข้องทุกคน ทั้งความยากลำบาก ความตรากตรำ ทำงานในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ ความภูมิใจที่ได้ทำงานอันยิ่งใหญ่ และคงไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานสร้างพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ มีความชื่นใจ และหายเหนื่อยได้เท่าภาพที่เห็นนี้"